ไม่อันตราย ไม่โยโย่! 6 เทคนิค เทคนิคลดน้ำหนัก ด่วน ใน 2 อาทิตย์

1. เทคนิคลดน้ำหนัก เร่งด่วน : เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารเช้า
อาหารเช้าสำคัญก็จริง แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักใช่ว่าเราจะกินอะไรก็ได้ แนะนำว่าให้กินธัญพืช 1 ถ้วยคู่กับนมอัลมอนด์ หรือโยเกิร์ตกับผลไม้ประเภทเบอร์รี่ แทนที่จะเลือกกินข้าวเหนียวหมูปิ้งหรืออาหารไขมันสูง เพราะจะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น

2. เทคนิคลดน้ำหนัก เร่งด่วน : กินอาหารเย็นที่มีแคลอรี่ต่ำ
อาหารเย็นถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อ้วนได้ง่ายๆ เลย เพราะฉะนั้นควรเลือกกินอาหารเย็นที่มีแคลอรีต่ำ โดยปริมาณแคลอรีของอาหารมื้อเย็นควรน้อยที่สุดรองจากมื้อเช้า และมื้อกลางวัน คิดง่ายๆ คือ มื้อเช้าควรจะได้รับพลังงานประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 700 กิโลแคลอรี) มื้อเที่ยง 35 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 600 กิโลแคลอรี) และมื้อเย็น 25 เปอร์เซ็นต์ (ประมาณ 500 หรือ 400 กิโลแคลอรี) และที่สำคัญควรกินมื้อเย็นก่อนเข้านอน 4-6 ชั่วโมงนะ อ่านเพิ่มเติม

วันตรุษจีน หมวด ของหวาน พลังงานในของไหว้

ชุดของหวานสำหรับไหว้ใน วันตรุษจีน ก็มีความหมาย และแต่ละชนิดให้พลังงานเท่าไหรบ้าง

ชนิด                                                ความหมาย                                                              พลังงาน
ซาลาเปา ไส้หมูแดง                             ความโชคดี                                                           100 กรัมให้พลังงาน 278 kcal
ขนมเข่ง                                          ความหวานชื่น                                                        1 กระทง ให้พลังงาน 120 kcal  อ่านเพิ่มเติม 

ขอนำเสนอสาว ๆ เมนูไข่กินเเล้วไม่อ้วนช่วงอยู่บ้าน ยำไทย ไข่ต้ม

เมนู ไข่ต้ม อาหารแบบพื้นๆที่คนออกกำลังกายนิยม เพราะทำง่าย สะดวกรวดเร็ว แถมราคาไม่แพง ซึ่งไข่ต้มนั้นสามารถทำความสุกได้หลายระดับตามความต้องการ และแต่ละระดับก็มีความอร่อยที่แตกต่างกัน ทั้งแบบ ไข่ออนเซ็น ไข่ต้มยางมะตูม ไข่ต้มยางมะตูมค่อนสุก และ ไข่ต้ม สุก สำหรับคนที่เล่นกล้ามและสร้างกล้ามเนื้อ ควรเลือกทานไข่ที่สุกมากหน่อย เพื่อให้ย่อยได้ง่ายขึ้น

เมนูยำไข่แบบไทยเป็นเมนูที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับไข่ต้มอันแสนจืดชืด ให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง รสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ดและหวานเล็กน้อยทำให้การทานไข่ต้มมีอรรถรสมากขึ้น วิธีการทำก็ง่ายแสนง่าย เครื่องปรุงและอุปกรณ์สามารถหาได้ในครัว อร่อยถูกปาก และให้พลังงานและสารอาหารพอเหมาะ แต่ถ้าใครห่วงเรื่องโซเดี่ยมมากๆก็ใส่น้ำยำแต่น้อย เอาแค่พอมีรสชาติ แต่กับปริมาณตามสูตร ก็สามารถทานได้แบบไม่ต้องกังวลเลย

วิธีการต้มไข่ยางมะตูม
เคล็ดลับการต้มไข่ให้สมใจนึกมีมากมาย เห็นไข่ต้ม ต้มกันง่ายๆแบบนี้ก็มีเคล็ดลับการต้มอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าต้มให้สุกมากๆมันก็ง่ายไม่ลุ้น แต่อาจจะไม่อร่อยถูกใจใครบางคน แต่ถ้าจะต้มให้มียางนิดๆอาจจะต้องใช้วิทยายุทธกันหน่อย เริ่มจากการเลือกไข่ ไข่ที่ดีจะนอนจมน้ำ การคัดกรองไข่เบื้องต้น ทำได้โดยการนำไข่ไปแช่ในน้ำ ถ้าไข่ลอยตั้งขึ้นแสดงว่าไข่ไม่สด มีรอยร้าว หรืออาจถึงขั้นใกล้เน่า

เทคนิดการเลือกไข่ที่จะนำมาต้ม จะต้องเลือกไข่ที่ไม่ถึงกับสดมากนัก เพราะไข่ที่สดมากๆเวลาต้มมาแล้วตัวไข่จะติดเปลือกแกะยาก แต่ก็บรรเทาได้ด้วยการใส่เกลือและน้ำส้มสายชูลงไปในน้ำที่ใช้ต้ม หรือให้ใช้เข็มเจาะรูเล็กๆที่ด้านฐานไข่(ส่วนที่มนๆ)ก่อนนำลงต้มก็จะช่วยให้ไข่และเปลือกแยกออกจากกันมากขึ้นแกะง่ายขึ้น อ่านเพิ่มเติม

รับรองอร่อยและได้ประโยชน์ ไข่ม้วน ราดกระเพรา เมนูไข่ลูกผสม

การผสมผสานสองวัฒนธรรมอาหาร เมนู ไข่ม้วน แบบญี่ปุ่น และ อกไก่ผัดกระเพราะรสจัดจ้านแบบไทย มาเป็นเมนูเติมสีสันใหม่ ที่ทานแบบเปล่าๆก็ดี ทานเป็นกับข้าวก็อร่อย

ไข่ม้วน หรือ ไข่เจียวหนาแบบญี่ปุ่น (卵焼き ทามาโกะยากิ บางครั้งถูกเรียกว่า “อัตสึยากิทามาโกะ”) เป็นอาหารพื้นๆที่นิยมทำทานกันในครัวเรือนและตามร้านอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะทำใส่ในข้าวกล่อง เพราะทำได้ง่ายรสชาติดี แม้ไม่ได้อุ่นให้ร้อน ไข่ม้วนแบบญี่ปุ่นมีหลากหลายสูตร ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัว ทั้งแบบเติมน้ำตาลให้ออกรสหวาน เติมโชยุให้ออกรสเค็ม หรือปรุงให้ออกเปรี้ยว เค็ม หวานด้วย มิริน หรือ เม็นทซึยุ ก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันมีการดัดแปลง ไข่ม้วนแบบเก่าให้หลากหลายมากขึ้นโดยการเติม ผัก ไข่ปลาดองเค็ม (เม็นไทโกะ) กุ้งแห้ง ปลาแห้ง และ วัตถุดิบอื่นๆลงไป

วิธีการทานไข่ม้วนแบบดั้งเดิม
การทานไข่ม้วนแบบดั้งเดิม จะนิยมทานร่วมกับโชยุ และ หัวไชเท้าสดขูด อาจมีการโรยหน้าด้วยปลาโอแห้ง หรือนำมาหั่นเป็นชิ้นประกบกับข้าวปั้นในลักษณะของซูชิ นอกจากนี้คนญี่ปุ่นสมัยโบราณ(เอโดะ)ได้ถือเอาไข่ม้วนเป็นแบบฝึกหัดสำหรับพ่อครัวซูชิว่าถ้าไม่สามารถทำไข่ม้วนได้ดีก็ไม่สามารถเป็นพ่อครัวซูชิที่สมบูรณ์ได้

สำหรับเมนูนี้ได้ดัดแปลงไข่ม้วนแบบเก่าให้เข้ากับอาหารพื้นบ้านแบบไทยๆอย่างกระเพรา รูปร่างหน้าตาคล้ายกับไข่ระเบิด(ไข่ดาวราดกระเพรา) ที่ให้กลิ่นและรสชาติแบบไทยและได้เนื้อไข่หนานุ่มแบบเข้ากั้นเข้ากัน อ่านเพิ่มเติม

สูตรไม่ง้อมายองเนส สลัดไข่กับ อะโวคาโด เมนูของคนลดน้ำหนัก

เมนูที่เต็มเปี่ยมไปด้วยโปรตีน และไขมันที่มีประโยชน์ ” สลัดไข่กับ อะโวคาโด แซนวิช ” สูตรนี้ดีงามเพียบพร้อม แถมไม่มีมายองเนสให้กังวล เรียกว่าคลีนได้สาแก่ใจแน่นอน จะทานเป็นมื้อเช้าก็ดี เป็นมื้อก่อน หรือหลังไปออกกำลังกายก็เริ่ด จัดเลยสิไม่ต้องรีรอ

สำหรับใครที่กำลังมองหา มื้ออาหารเบาๆ ทานรองท้องตอนเช้า หรือ ทานเป็นมื้อเสริมพลังงานก่อนไปออกกำลังกาย แถมยังได้คุณค่าสารอาหารเพียบ เอาเมนูนี้ไปลองทำได้เลย “ สลัดไข่กับอะโวคาโด” สูตรนี้คลีนสุดๆ เพราะไม่มีมายองเนสให้กวนใจ แต่ยังอร่อย มัน ได้ไม่น้อยหน้าสูตรดั้งเดิม เครื่องปรุงน้อย และทำง่ายอีกต่างหาก

เมนู “ สลัดไข่กับอะโวคาโด” นี้ อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันดี เมื่อทานคู่กับขนมปังโฮลวีทซักหน่อย บอกได้เลยว่าได้สารอาหารแบบครบถ้วน เพราะในอะโวคาโดมีไขมันที่มีประโยชน์กับร่างกาย พร้อมกับแร่ธาตุ วิตามินต่างๆ มากมาย

บอก tips ให้ซักหน่อย เวลาเลือกซื้อ อะโวคาโด แบบพร้อมทาน ให้เลือกลูกที่จุก ร่อนออกจากตัว ภายในเห็นเนื้อเป็นสีเขียวอ่อน ไม่ดำ และมีสีของเปลือกค่อนไปทางเขียวเข้มออกดำ แต่ถ้าออกเขียวหน่อยก็สามารถนำมาวางไว้ในอุณภูมิห้องปรกติ 1-2 วันแล้วสีของอะโวคาโดจะค่อยๆ เข้มขึ้น และพร้อมรับประทานได้ เอา tips นี้ไปใช้ดู รับรองได้อะโวคาโด้ที่ออกมาอร่อยแน่นอน อ่านเพิ่มเติม

สูตรแคลอรี่น้อยต้องลองสูตรนี้ บาร์บีคิวสูตรเจ สาวๆควรทำทาน

สำหรับช่วงเจแบบนี้ใครที่เบื่ออาหารเจแบบเดิมๆ ลองเอาสูตรเมนู บาร์บีคิว เจสูตรนี้ไปลองทำดู เมนูที่ทำได้ง่ายๆ ได้ประโยชน์จากทั้งเต้าหู้ เห็ดและผักต่างๆอีกด้วย

เทศกาลถือศีลกินเจ กลับมาอีกปี การได้งด ละ เลิกการทานเนื้อสัตว์ปีละครั้ง นอกจากได้บุญแล้วยังถือว่าได้ทำ Detox ล้างสารพิษต่างๆที่มากับเนื้อสัตว์ไปได้อีกทาง การทานอาหารเจที่มีกฎข้อบังคับที่สำคัญคือการห้ามทานเนื้อสัตว์, ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากสัตว์ทุกชนิด และยังห้ามทานผักที่มีกลิ่นฉุนซึ่งได้แก่ กระเทียม หัวหอม ต้นหอม และใบกุยฉ่าย

กินเจมาก็หลายปีคงจะมีหลายคนเบื่อเมนูเจแบบเดิมๆ ที่เต็มไปด้วย แป้ง โปรตีนเกษตร บุก และผักต่างๆ ไปบ้าง แถมยังห่วงว่าทานอาหารกลุ่มแป้งมากๆ จะทำให้อ้วนขึ้น จะทานแต่ผักต้มชีวิตก็ดูขาดสีสันไปซักหน่อย วันนี้เลยอยากมานำเสนอเมนูทำง่ายๆ ได้อร่อยแบบลูกครึ่งที่สนุกกับการปิ้งย่าง แถมไม่อ้วนมาฝากกันในช่วงเทศการกินเจแบบนี้

เมนูบาร์บีคิวสูตรเจ เป็นเมนูที่ทำง่ายแบบสุดๆ ไม่ได้มีเครื่องปรุงอะไรซับซ้อน แค่ตัด หั่น เสียบ ปรุง แล้วย่าง ส่วนรูปแบบหน้าตาก็ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์

เครื่องปรุงและอุปกรณ์สำหรับทำ บาร์บีคิว สูตรเจ
ปริมาณตามสูตรจะทำได้ 6-8 ไม้เลยทีเดียว

    • เต้าหู้ชนิดแข็ง 100 กรัม ให้พลังงาน 110 kcal
    • พริกหวาน 20 กรัม ให้พลังงาน 8 kcal
    • สับปะรด 30 กรัม ให้พลังงาน 15 kcal
    • เห็ดออรินจิ 20 กรัม ให้พลังงาน 8 kcal
    • กระเจี๊ยบเขียว 20 กรัม ให้พลังงาน 28 kcal
    • เห็ดเข็มทอง 20 กรัม ให้พลังงาน 7 kcal
    • มะเขือเทศราชินี 6 ผล
    • ไม้เสียบบาร์บีคิว
    • กระทะหรือเตาไฟสำหรับย่าง อ่านเพิ่มเติม

มีดี ตัวช่วยสุขภาพ น้ำมันมะพร้าว ที่ไม่ควรมองข้าม

น้ำมันมะพร้าว สำหรับปรุงอาหาร ควรเลือกชนิดสกัดเย็น เพราะไม่เติมไฮโดรเจน และสารเคมีใดๆ จึงไม่แปรสภาพเมื่อเจอความร้อนสูง สามารถใช้ทอด และ ผัดอาหารที่ความร้อนสูงได้ น้ำมันมะพร้าว Orgreen (ออร์กรีน) ผลิตจากเนื้อมะพร้าวออร์แกนิคแห้ง 100% ไม่เติมไฮโดรเจน ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง และสารเคมีใดๆ

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เป็นน้ำมันที่ได้จากส่วนของเนื้อมะพร้าวแห้ง (Copra) นำมาผ่านกระบวนการสกัด แยกเหวี่ยง โดยไม่มีการเติมไฮโดรเจน และสารเคมีใดๆ เป็นน้ำมันที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ฟลาวานอยด์ และ โพลีฟีนอล มีกรดไขมันอิ่มตัวชนิดที่มีประโยชน์ มีกรดไขมัน Omega 3 , 6 และ 9

กรดไขมันอิ่มตัวในมะพร้าวไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
นอกจาก น้ำมันมะพร้าว สกัดเย็นจะถูกใช้อย่างแพร่หลายในด้าน ผิวพรรณ และความงามแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังได้รับความนิยมในการนำมาประกอบอาหารมากขึ้น ซึ่งน้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารกลุ่มไขมันที่สามารถใช้เป็นพลังงานให้กับร่างกาย เช่นเดียวกับไขมันแหล่งอื่นๆ และคาร์โบไฮเดรต โดยไขมัน 1 กรัมจะให้พลังงาน 9 kcal

ในน้ำมันมะพร้าว มีกรดไขมันอิ่มสูง โดยเป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่มีโมเลกุลขนาดกลาง (Medium chain fatty acid) ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่สามารถ ย่อย ดูดซึม และนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว จึงถูกสะสมในเนื้อเยื่อไขมัน (adipose tissue) ได้น้อยกว่ากรดไขมันอิ่มตัวที่มีขนาดโมเลกุลยาว (Long chain fatty acid) และยังมีรายงานบางชิ้น สนับสนุนว่า การกินหรือใช้น้ำมันมะพร้าวปรุงอาหาร ไม่ทำให้ระดับไขมันที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด อย่างไขมันตัวร้าย (LDL) และไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น และยังช่วยเพิ่มระดับไขมันตัวดี (HDL) ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวอีกด้วย อ่านเพิ่มเติม

การประยุกต์ใช้ให้เข้ากับนาฬิกาชีวิต ขมิ้นชัน อาหารเพื่อสุขภาพ

ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรไทยอีกชนิด ที่ได้รับการยกย่อง ทั้งในไทย และต่างประเทศ ให้เป็นอาหารที่มีประโยชน์แบบรอบด้าน ยิ่งนำขมิ้นชันมาประยุกต์ใช้ตามทฤษฎีนาฬิกาชีวิตยิ่งได้ประโยชน์ตรงจุด

ขมิ้นชัน หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Turmeric ได้รับการยกย่องว่าเป็นสมุนไพรในกลุ่มเครื่องเทศ ที่มีประโยชน์นานับประการต่อสุขภาพ ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีถิ่นกำเนิดในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชเหง้าที่มีหัวใต้ดิน กลุ่มเดียว กับ ขิง ข่า และกระชาย มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ให้สีเหลืองเข้มจนถึงสีแสด

ประโยชน์ดี ๆ ของขมิ้นชัน
ในขมิ้นชันนั้น อุดมไปด้วยวิตามิน เอ และ ซี มีคูเคอร์มิน (Curcumin) สารอาหารเหล่านี้จะช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation)ในร่างกาย ช่วยลดการสะสมไขมันที่ตับ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดอาการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยในการสมานแผล สามารถช่วยบรรเทาอาการแผลเรื้อรัง และเป็นหนองได้ (กรณีใช้ทาภายนอก)

นอกจากนี้ ขมิ้นชัน ยังมีประโยชน์ที่โดดเด่นในเรื่องของการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้ และระบบย่อยอาหารโดยรวม ช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากโรคกระเพาะอาหาร และกรดไหลย้อนได้ เช่น อาการปวด จุก เสียด แน่นท้อง และช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาการท้องเสียได้

ทฤษฎีนาฬิกาชีวิต วิถีแห่งธรรมชาติ
ทฤษฎีนาฬิกาชีวิต เป็นอีกทฤษฎีที่มีการพูดถึงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นทฤษฎีที่มาจากตำราแพทย์แผนจีน ที่พูดถึงความสัมพันธ์ของร่างกายมนุษย์ กับช่วงเวลา (กลางวัน และ กลางคืน ) ซึ่งตามทฤษฎีนี้เชื่อว่า ตลอดช่วงเวลา 24 ชม.นั้น ภายในร่างกายมนุษย์จะมีการไหลเวียนพลังของชีวิต (ลมปราน) ผันไปตามอวัยวะต่าง ๆ (จั้ง-ฝู่) ทั้งอวัยวะตัน ได้แก่ หัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ปอด ม้าม ตับ ไต และ อวัยวะกลวง ได้แก่ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ และ ซานเจียว (ไฟธาตุทั้งสาม) อ่านเพิ่มเติม

ผักที่มี สารเคมีตกค้าง มากที่สุด กินผักต้องใส่ใจ สุขภาพดีเเน่นอน

ผักเป็นสิ่งจำเป็นในขณะลดน้ำหนัก เพราะมีพลังงานต่ำ แต่การนำผักมารับประทานก็ต้องใส่ใจว่าผักนั้นมี สารเคมีตกค้าง สารปนเปื้อนมากน้อยขนาดไหน และควรล้างทำความสะอาดอย่างไร

เรื่องของ สารเคมีตกค้าง บนเปื้อนที่อยู่ในผักว่าผักอะไรบ้างที่มักตรวจพบสารพิษบนเปื้อนมากที่สุด ข้อมูล จากปี 2555-2556

ซึ่งผักที่ตรวจพบสารเคมี ตกค้างมากที่สุด ได้แก่

              1. ผักคะน้า
              2. พริกสด
              3. ผักกวางตุ้ง
              4. ผักบุ้ง
              5. กะหล่ำปลี
              6. แตงกวา
              7. ดอกกะหล่ำ
              8. ต้นหอม
              9. ผักชี
              10. หัวไชเท้า

อย. เผยจากผลสำรวจพบว่า ผักคะน้า เป็นผักที่เสี่ยงต่อการมี สารเคมีตกค้าง มากกว่าผักชนิดอื่นๆ ไม่ว่าผักจะมาจากตลาดสด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตก็ตาม
ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยว่า หลังจากทาง อย.จัดเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่ (Mobile Unit : MU) สำนักอาหาร ลงพื้นที่ เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังตรวจสอบคุณภาพผักผลไม้ทางด้านเคมีและจุลินทรีย์ในเขตกรุงเทพมหานครที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น อ่านเพิ่มเติม

 

ประโยชน์ของ ผักผลไม้ 5 สี มีดีอย่างไรนั้น

ทราบดีว่า ผักผลไม้ นั้นมีประโยชน์ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามินมากมาย ซึ่งนอกจากแร่ธาตุที่กล่าวไปแล้ว ผักผลไม้ ยังจัดว่าเป็นอาหารที่มีสารอาหารในกลุ่ม ไฟโตนิวเทรียนท์สูง ซึ่งไฟโตนิวเทรียนท์ หรือเรียกแบบไทยๆว่า สารพฤกษาเคมี คือ สารอาหารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้รับจากพืชเท่านั้น โดยเป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อม กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคต่างๆได้มากมาย จากการศึกษาวิจัยมากมายพบว่าในผักผลไม้แต่ละสี จะมีปริมาณและชนิดของไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีประโยชน์ต่างกันไป ดังนั้นการที่จะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย จะแนะนำให้ทานผักและผลไม้หลากสีให้ได้ในปริมาณ 400-500 กรัมต่อวัน ซึ่งจาการสำรวจเชิงสถิติในประเทศไทย คนไทยร้อยละ 80 ทานผักและผลไม้เพียง 276 กรัมต่อคนต่อวันเท่านั้น และด้วยสภาพอากาศ และการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว ทำให้ปริมาณสารอาหารในผักและผลไม้สูญเสียไปมากว่า 20% จึงเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคต่างๆเพิ่มมากขึ้น

ผักผลไม้สีเขียว
สีเขียวในผักและผลไม้มาจากเม็ดสีของสารที่มีชื่อว่า คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) โดยจะมีตั้งแต่เขียวเข้มจัด ได้แก่ คะน้า สาหร่ายบางชนิด ตำลึง ผักใบเขียวต่างๆ และสีเขียวแบบทั่วไป เช่น แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง ผักกาด ซึ่งในผักสีเขียวที่มี คลอโรฟิลด์ (Chlorophyll) นี้ เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็ง ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ช่วยยับยั้งการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้การทานผักใบเขียวเป็นประจำจะช่วยให้การขับถ่ายดี ลดอากาท้องผูก เนื่องจากผักเหล่านี้มีกากใยสูงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก เนื่องจากให้พลังงานต่ำ อ่านเพิ่มเติม