ปวดศีรษะมาก แบบไหนเข้าข่าย “อันตราย” ต้องรีบปรึกษาแพทย์

ปวดศีรษะมาก ..แค่ทานยาเดี๋ยวก็ดีขึ้น! นี่คือความเชื่อเกี่ยวกับอาการปวดศีรษะที่เราพบเห็นได้บ่อยๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาการปวดศีรษะที่ใครๆ ก็เคยเป็นและคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคทางสมอง หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ก็ส่งผลอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
“ปวดศีรษะ” แบบไหน คือสัญญาณร้ายที่ควรรีบไปพบแพทย์
• อาการปวดศีรษะที่มักเริ่มต้นหลังตื่นนอน เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะความดันสมองสูงผิดปกติ
• อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นทันทีทันใด และมีความรุนแรงมากจนทำให้สะดุ้งตื่น
• อาการปวดศีรษะที่บ่อยครั้งเกินไป หรือมากกว่า 1 ครั้งใน 1 สัปดาห์ และปวดต่อเนื่องเป็นเดือน อาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท
• อาการปวดศีรษะรุนแรง และมักมีอาการคอแข็งร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อในระบบประสาท
• อาการปวดศีรษะที่ส่งผลให้มีอาการแขนขาอ่อนแรง การมองเห็นหรือการได้ยินผิดปกติได้จากเดิม
• อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นแบบรุนแรงและเฉียบพลัน เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง
• อาการปวดศีรษะที่มีอาการปวดตาร่วมด้วย และมีอาการตาแดงตามมา
• อาการปวดศีรษะครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี
• อาการปวดศีรษะที่มีระดับความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
• อาการปวดศีรษะที่สัมพันธ์กันกับการเปลี่ยนท่าทาง เช่น ปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวศีรษะและคอ
• อาการปวดศีรษะที่รุนแรงมากขึ้นเมื่อไอจามหรือออกแรงเบ่ง
• อาการปวดศีรษะที่มีลักษณะปวดข้างเดียวตลอดเวลา
• อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นหลังศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน
ตรวจให้รู้ชัด…อาการปวดศีรษะที่เป็นไม่ใช่โรคร้ายแรง
เพราะอาการปวดศีรษะนั้นมีมากกว่า 300 ประเภท การที่เราจะรู้ได้ว่าอาการปวดศีรษะที่เป็นอยู่จะเป็นเพียงอาการปวดธรรมดาทั่วไป หรือซ่อนไว้ด้วยก้อนเนื้อ การตรวจเพิ่มเติมต่างๆ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ แพทย์อาจทำการซักประวัติและตรวจร่างกายในเบื้องต้น หรือหากพบสัญญาณความผิดปกติ ก็อาจตรวจเพิ่มเติม เช่น MRI (ตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า), CT Scan (ตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์) หรือ EEG (ตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมอง) อ่านเพิ่มเติม